Saturday, August 15, 2015

ตั้งสติและรับมือกับของหวาน

เมื่อความอยากของหวานเข้าครอบงำกระเพาะและจิตใจ แม้สมองจะสั่งการว่า ‘อย่ากินนะๆ’ แต่สองมือก็พร้อมหยิบอาหารใส่ปาก เมื่อความอยากของหวานเข้าครอบงำกระเพาะและจิตใจ แม้สมองจะสั่งการว่า ‘อย่ากินนะๆ’ แต่สองมือก็พร้อมหยิบอาหารใส่ปาก จะทำใจและตั้งรับอย่างไรดีกับอาการนี้ ลองมาทำตามวิธีเหล่านี้ดู อาจช่วยคุณได้

Go Pure ทางเลือกที่ดีกว่าโยเกิร์ตปรุงรสซึ่งมักผสมผลไม้เชื่อมรสหวานฉ่ำ ก็คือโยเกิร์ตเพียวๆ ที่ไม่ผสมอะไรเลย จากนั้นคุณอาจเลือกเติมส่วนผสมเข้าไปทีหลัง ไม่ว่าจะเป็นน้ำผึ้งซักช้อนชา หรือผลไม้สดอย่างแอปเปิ้ลหรือสตรอเบอร์รี่ หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ

Get Nuts ไม่ว่าจะเป็นอัลมอนต์หรือเม็ดมะม่วงหิมพาน ต่างมีโปรตีนอยู่เต็มเปี่ยม มีทั้งไขมันดีและไฟเบอร์ เพื่อช่วยยับยั้งร่างกายจากความอยากน้ำตาลได้

Stay Warm ลองต้มจืดใส่ผักและเต้าหู้ หรือโปรตีนลีนๆแบบไร้มัน อย่างไก่ พร้อมข้าวกล้องซักนิดหน่อย แค่นี้ก็ช่วยเซฟคุณจากความอยากจนไปถึงมื้อถัดไปได้แล้ว

Distract Yourself ออกไปเดินเล่น เข้าห้องน้ำ คุยกับเพื่อนร่วมงาน ไลน์หาเพื่อนเพื่อเม้าแตก ตลอดจนการยืดเส้นยืดสายแถวโต๊ะทำงาน แล้วหายใจเข้า-ออกลึกๆ แค่นั้นความต้องการของว่างก็หายไปก่อนที่คุณจะรู้สึกตัวแล้วล่ะ

Plan Ahead ตายละวันศุกร์บ่ายแล้ว และร้านเค๊กหน้าตึกดันซื้อ 1 แถม 1 ทำไงดีล่ะ วางแผนล่วงหน้าเลย ก่อนจะเริ่มเดินออกไปซื้อเค๊ก เตรียมของว่างให้ตัวเองจากบ้านอย่างสลัดไก่ หรือขนมปังโฮลวีตทาเนยถั่ว แค่นี้ก็ช่วยห้ามใจได้ละ


นี่…กำลังจ้องจอคอมหรือเงยหน้ามองฟ้ากันแน่

สารภาพมาซะดีๆ ตื่นเช้ามาสิ่งแรกที่หยิบคือ Smart Deviceทั้งหลาย แล้วก็เริ่มอัพสเตตัส แถมก่อนนอนก็ยังขอสแครชจนกว่าจะง่วง นี่…กำลังจ้องจอคอมหรือเงยหน้ามองฟ้ากันแน่ สารภาพมาซะดีๆ ตื่นเช้ามาสิ่งแรกที่หยิบคือ Smart Deviceทั้งหลาย Ra Ma Ma Ma Ca Sh No Ma Ca Ma Ca M Ca So Bu St   แล้วก็เริ่มอัพสเตตัส แถมก่อนนอนก็ยังขอสแครชจนกว่าจะง่วง แถมระยะหลังยังมีข่าวเรื่องจอประสาทตาเสื่อม ทั้งเรื่องแสงสีฟ้า โอ้ย…น่ากลัว อย่าเพิ่งตื่นตระหนกค่ะ ไปถามผู้เชี่ยวชาญดีกว่า

Q: การใช้แท็บเล็ตตอนปิดไฟกลางคืน ส่งผลเสียกับดวงตาของเราได้มากแค่ไหน เคยได้ยินเรื่องแสงสีฟ้าจากจอของอุปกรณ์เหล่านั้น ไม่ทราบว่าอันตรายหรือเปล่าคะ

A :แสงสีฟ้าจากจอคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ตไม่ได้มีความเข้มข้น หรือรุนแรงไปกว่าแสงสีฟ้าที่ได้รับจากแสงแดดในช่วงกลางวัน การใช้สายตากับจอคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ตจึงเปรียบได้กับการที่เราใช้สายตากลางแดดเป็นเวลานานขึ้น Sa Ho Lo Ka Da Al Ba Go Lo Ta Ch No Ik Ch ซึ่งไม่ส่งผลเสียรุนแรงในระยะสั้น แต่อาจส่งผลต่อแนวโน้มการเกิดจอประสาทตาเสื่อมตามวัยที่สูงขึ้นเมื่ออายุมากขึ้นได้ อย่างไรก็ดีการใช้จอคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ตต่อเนื่องกันเป็นเวลานานจะส่งผลต่อกล้ามเนื้อตา

ทำให้เกิดอาการตาล้าและพร่ามัวได้ ซึ่งนั่นเป็นเหตุของสายตาสั้นเทียมในเด็ก และสายตายาวเร็วขึ้นในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ดังนั้นจึงแนะนำว่าเราควรใช้อุปกรณ์เหล่านี้เท่าที่จำเป็น และควรมีการพักสายตาเป็นช่วงๆ เช่น หยุดพักสายตาทุกชั่วโมง เป็นเวลาประมาณ 5-10 นาที โดยการหลับตา หรือมองไปไกลๆ และไม่พักสมองและสายตาด้วยการโดยการอ่านหนังสือหรือเล่นเกมส์ เพราะการทำอย่างนั้นไม่ใช่การผ่อนคลายกล้ามเนื้อตาค่ะ

อยากตื่นมาแล้วสวยเป๊ะ ก่อนนอนควรทำอะไรมาดูกัน

เตรียมร่างกายให้พร้อมกับเช้าวันใหม่ ด้วยการดูแลตัวเองก่อนนอน      โอ้ยยย! ตื่นสายไม่ทันแล้ว มีเวลาแต่งหน้าแค่แปปเดียว ผมละ! ทำไม่ทันอีก แล้วที่สำคัญจะใส่ชุดอะไรดี ปัญหาที่ผู้หญิงเกือบจะทุกคน.. เชื่อได้ว่าต้องเคยเป็นกันบ้างแหละ Sanook! Women เลยไปหาเคล็ดลับการเตรียมความพร้อมของสาวๆ ในช่วงเวลาก่อนหลับตานอน เผื่อวันไหนตื่นสายขึ้นมาอีกละก็จะได้สวยเป๊ะไปทั้งตัว จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลยยยย ^^/

ทาลิปสติกบำรุงริมฝีปาก      หลังจากอาบน้ำเสร็จก่อนที่จะลงครีมบำรุงผิวหน้าต่างๆ จริงๆ แล้วควรเริ่มจากการทาลิปสติกที่เป็น ลิปปาล์ม ลิปมัน รองพื้นก่อน เพื่อที่จะไม่ให้ตัวครีมที่เราใช้บำรุงหน้านั้นไปถูกริมฝีปาก เพราะครีมบางชนิดถ้าโดนริมฝีปากแล้ว อาจจะทำให้ริมฝีปากดำคล้ำได้นะ

มาส์กหน้า      สาวๆ บางคนนั้นอาจจะใช่ช่วงเวลาตอนหลับนั้นเพื่อมาส์กหน้า การบำรุงผิวหน้าที่มากกว่าการทาครีมบำรุงปกติ แถมตื่นเช้ามา แต่งหน้าติด ผิวหน้าผ่องใสอีกด้วยละ

บำรุงผิวกาย    ขั้นตอนนี้ก็สำคัญค่ะ ดูแลผิวหน้าแล้วอย่าลืมดูแลผิวกายด้วยจ่ะ ทาครีมบำรุงเลย เพื่อผิวที่ชุ่มชื่นของเรา และยิ่งสาวๆ ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในห้องแอร์เป็นประจำแล้วละก็ ต้องทาพวกครีมบำรุงผิวกายเยอะๆ เลย

ม้วนผม     การสระผมตอนกลางคืนนั้น จริงๆ ก็ทำได้นะ แต่ก็ควรที่จะไดร์ผมให้แห้ง ไม่นอนหลับทับไปทั้งที่ยังเปียกอยู่ หรือมาดๆ ก็ตาม เพราะอาจจะทำให้เป็นเชื้อราบนหน้งศีรษะได้ และถ้าเราตั้งใจไว้ว่าเช้ารุ่งขึ้นจะต้องตื่นมาทำผมลอน สามารถใช้ โรลม้วนผมจับผมเป็นช่อๆ แล้วม้วนผมไว้ ตื่นเช้ามาแกะออก ก็จะได้ผมลอนที่จัดแต่งนิดหน่อยก็สวย ออกจากบ้านได้ แถมไม่เสียเวลาเยอะด้วย

เตรียมชุดสำหรับวันรุ่งขึ้น    สาวๆ ควรวางแผนไว้ล่วงหน้าเลยค่ะ ว่าวันรุ่งขึ้นนั้นเราจะใส่ชุดไหน แต่งตัวสไตล์ไหนดี ลองจัดวางคราวๆ ไว้ ตื่นเช้ามาจะได้ไม่วิ่งวุ่นหา เสื้อตัวไหนดีน้าา แต่งตัวอะไรดีละไงจ่ะสาวๆ

ดื่มน้ำ    ตอนเรานอนหลับนั้น  Te Re Ca Ji Ch Ei Ji So Ar A Ba An Pi Ka To Ho Di Ro La La Il Lo El El El Ar Ra No Ra  ร่างกายเราต้องไม่ได้ดื่มน้ำไปตั้งหลายชั่วโมงแหนะ ดังนั้นแล้วก่อนนอนเราควรดื่มน้ำไปซัก 1 แก้ว และตอนเช้าตื่นปุ๊บก็ดื่มน้ำอีก 1 แก้ว จะดีทั้งต่อสุขภาพและผิวพรรณของเราเลยนะ

นั่งสมาธิ,สวดมนต์    เขาบอกผู้หญิงต้องสวยจากภายในสู่ภายนอก ใช่แล้วว! 55555 มาสวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิก่อนนอนกันดีกว่า จะได้นอนหลับฝันดี ตื่นเช้ามาสดชื่นแจ่มใส ^^


     เคล็บลับเสริมความงามง่ายๆ ก่อนนอนที่ Sanook! women นำมาฝากนั้นง๊ายง่ายใช่ไหมละสาวๆ เพียงแค่เรารู้จักดูแลตัวเอง ตก เติม แต่งนิดหน่อย รับรอง สวย เป๊ะ!!

    
มาเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเพื่อหุ่นที่ดีกัน

แค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินนิดหน่อย ก็สามารถช่วยลดน้ำหนักได้แล้วนะ   หูยย! อันนั้นก็อยากกิน อันนี้ก็อยากกิน ยิ่งเค้กนุ่มๆ ซักชิ้นนะ อยากกินสุดๆ แต่!!! อีกใจเราก็อยากหุ่นดี ไม่มีพุง ทำยังไงดีละเนี่ย วันนี้ Sanook! Women เลยมีเคล็ดลับการเลือกทานอาหารที่ถ้าทำแล้วจะช่วยให้เราอยากทานขนมต่างๆ ได้น้อยลง แถมหุ่นดีดั่งใจต้องการ มาฝากกันค่ะ

      ทานอาหารมื้อเช้าเป็นประจำ         การรับประทานาอาหารมื้อเช้าเป็นประจำทุกวันนั้น จะช่วยทำให้สาวๆ ไม่เกิดอาการหิวระหว่างวันได้นะ และสาวๆ ต้องเคยได้ยินว่า มื้อเช้านั้นให้กินแบบราชา ดังนั้นกินไปเลยยย เพราะเรายังมีเวลาเผาผลาญพลังงานอีกเยอะ

      อยากกินขนมหวาน เปลี่ยนมาทานโยเกิร์ตไขมันต่ำ รสธรรมชาติ         เวลาที่ง่วงๆ เหนื่อยล้าจากการทำงาน สาวๆ ต้องคิดอยากเติมน้ำตาลให้ร่างกายแน่ๆ จริงๆ ก็ทานได้นะ แต่ถ้าเปลี่ยนจากขนมหวานมาทานเป็นโยเกิร์ตรสธรรมชาติไขมัน หรือรสธรรมชาติแต่อาจเป็นในรูปแบบ Homemade ไขมันต่ำ ทั้งอร่อยทั้งดีต่อสุขภาพด้วยนะ

      อยากกินขนมถุงอบกรอบ เปลี่ยนมาทานถั่วอบ        นั่งทำงาน ดูหนัง ฟังเพลงไปนานๆ อาหารมื้อที่กินไปเริ่มย่อยก็เริ่มหิวอีกแล้ว ครั้งจะไปกินขนมถุงกรอบๆ ก็อยากกินนะ แต่ลองซื้อพวกถั่วอบมาทานดูสิ อร่อยแถมมีประโยชน์ด้วยนะสาวๆ

    อยากดื่มน้ำอัดลม เปลี่ยนมาดื่มน้ำมะนาวโซดา         ร้อนอ่าาา ~ อยากหาอะไรดื่มให้ชื่นใจ แต่ถ้าดื่มน้ำอัดลมละก็ น้ำตาลเยอะ Mi Ju Le Ra Sk Do Ju La Ec Br To So Jo Fo Gl Ju Go An Ol To Me แล้วจะเอาอะไรมาดับร้อนได้บ้างละ นี่เลยสาวๆ เดินไปสั่งน้ำมะนาวโซดาแทนการดื่มน้ำอัดลมเลยจ้าาา นอกจากจะซ่าโดนใจแล้วนะ น้ำมะนาวโซดายังช่วยล้างสารพิษ ให้ประโยชน์ต่อร่างกายเราด้วยยย

    ดื่มน่ำเปล่า!           หลักข้อนี้ง่ายๆ เลย น้ำเปล่า อย่างที่รู้ๆ กันว่าในหนึ่งวันนั้นควรจะดื่มน้ำเปล่าให้ได้ 8 - 10 แก้ว การดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ ยังช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื่นได้อีกนะ นั่งทำงาน ดูหนังเพลินๆ มีติดตัวไว้คอยจิบก็ดีไม่น้อยเลยนะสาวๆ

      สำหรับสาวๆ คนไหนที่กำลังตั้งใจแล้วว่าอยากหุ่นดี หรืออยากลดน้ำหนัก แต่ไม่เสียสุขภาพ ลองไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารดูนะค่ะ รับรองผู้หญิงอย่างเราความสวยอยู่ไม่ไกลเลยค่าาา

กระชับใบหน้าและลำคอด้วยการออกกำลังกาย 10 ท่าง่ายๆ

มาบริหารใบหน้าและลำคอด้วยการออกกำลังกายด้วย 10 ท่าง่ายๆ ผ่อนคลายสุดๆ      อยากมีใบหน้าและลำคอที่กระชับนั้นจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปค่ะ สาวๆ เคยได้ยินไหมคะว่า ยิ่งผู้หญิงอย่างเราอายุเพิ่มมากขึ้นๆ นับวัน คอลลาเจนในร่างกายก็จะเริ่มผลิตน้อยลง ทำให้ผิวหย่อนคล้อย ไม่ตึงกระชับ วันนี้ Sanook! Women เลยมี 10 ท่าออกกำลังกายเพื่อไม่ให้ผิวหนังหย่อนคล้อยสำหรับใบหน้าและลำคอง่ายๆ มาฝากกันค่ะ

ท่าที่ 1           ท่านี้แค่สาวๆ เงยหน้าให้สุด เสร็จแล้วก็ก้มหน้าให้สุดเหมือนกันค่ะ ท่านี้สาวๆ จะรู้สึกตึงๆ ที่ท้ายทอย และรู้สึกได้ยืดเส้นบริเวณลำคอค่ะ

ท่าที่ 2        ท่านี้สาวๆ ต้องทำดึงปากลงต่ำๆ (ออกแนวเบะปาก) เสร็จแล้วก็ก้มหน้าลงให้สุด จะรู้สึกว่าได้ขยายแก้มออกและตึงๆ บริเวณท้ายทอยค่ะ

ท่าที่ 3      ท่านี้สาวๆ ต้องทำปากเหมือนกับว่าเราออกเสียงตัว "โอ" แล้วเงยหน้าขึ้น 45 องศา แล้วทำหน้าตรงปกติ จะรู้สึกกระชับบริเวณแก้มค่ะ

ท่าที่ 4      ท่านี้สาวๆ ต้องเงยหน้าขึ้นค่ะ เสร็จแล้วก็ทำปากจู๋ จะรู้สึกตึงที่บริเวณคอ และกระชับที่แก้มทั้งสองฝั่งค่ะ

ท่าที่ 5      ท่าต่อมาง่ายมากๆ ค่ะสาวๆ เพียงแค่เราเอียงคอไปด้านซ้ายที ขวาที เราก็จะรู้สึกตึงๆ ที่ต้นคอทั้งสองข้าง ถือเป็นท่าที่ยืดเส้นได้ดีเลยทีเดียวค่ะ

ท่าที่ 6      ท่านี้เริ่มมีท่าทางมากขึ้นแล้วค่ะสาวๆ เริ่มจากเอามือข้างหนึ่งมาจับที่หูฝั่งตรงข้ามของมือนั้นๆ เส้นแล้วใช้มืออีกข้างกดไหล่ลงต่ำ ท่านี้จะทำให้เรารู้สึกยืดเส้นทั้งบริเวณลำคอและหัวไหล่ค่ะ

ท่าที่ 7      ท่านี้สาวๆ ต้องทำปากจู๋ๆ ก่อนค่ะ เสร็จแล้วก็อ้าปากพร้อมแลบลิ้นออกมาค่ะ ท่านี้สาวๆ จะได้บริเวณในส่วนของปากและแก้มค่ะ

ท่าที่ 8      ท่านี้สาวๆ ต้องใช้นิ้วโป้งกับนิ้วกลางค่อยๆ กดลงบริเวณใต้คาง และทำปากจู๋ไปด้วย จะรู้สึกกระชับที่เหนียงค่ะ

ท่าที่ 9      ท่านี้ง่ายมากๆ เลยค่ะสาวๆ เพียงแค่สาวๆ อ้าปากค่ะ แล้วแลบลิ้นออกมา หน้าตรงๆ เลย จะรู้สึกได้ขยับแก้มแล้ว ตึงๆ ที่บริเวณข้างแก้มทั้งสองฝั่งค่ะ

ท่าที่ 10      ท่านี้สาวๆ ต้องนอนลงบนพื้นราบค่ะ เสร็จแล้วยกบริเวณคอขึ้น จะรู้สึกตึงที่ท้ายทอย และกระชับที่คางและต้นคอค่ะ

          เป็นยังไงค่ะสาวๆ 10 ท่าออกกำลังกายกระชับใบหน้าและลำคอนั้นง่าย มากๆ เลยใช่ไหมคะ อย่าลืมไปทำกันด้วยนะ จะได้มีผิวหน้าที่สวย กระชับ เต่งตึงกันทุกคนเลย

     
ไขปัญหาเรื่องบนเตียง...เมื่อคุณผู้หญิง “เจ็บ” ขณะมีเพศสัมพันธ์

บางคนเจ็บมากจนไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ หรือถ้ามีได้ก็ไม่มีใครฟิน เพราะดูเป็นกิจกรรมทรมานฝ่ายผู้หญิงมากกว่าสวัสดีค่ะ Ka Lu Ps Bo Da Da Ti No Ba Ba Ba Bo Ba Le An To Ja Cu No Ve Ra Ma Ce Mi Cu Ar Sj สัปดาห์นี้เราจะมาคุยกันถึงเรื่องปัญหาบนเตียงกันนะคะ ปัญหาบนเตียงที่ไม่ได้เกิดจากความรักที่จืดจาง ไม่ได้เกิดจากการที่ใครคนใดไปมีคนอื่น แต่เกิดจากคุณผู้หญิงมีอาการ "เจ็บ" ขณะมีเพศสัมพันธ์ค่ะ บางคนเจ็บมากจนไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ หรือถ้ามีได้ก็ไม่มีใครฟิน เพราะดูเป็นกิจกรรมทรมานฝ่ายผู้หญิงมากกว่า

หนึ่งในสาเหตุของอาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ของคุณผู้หญิง ได้แก่ อาการที่ช่องคลอดหดเกร็ง (โดยไม่ได้ตั้งใจ คือมันควบคุมไม่ได้ มันหดเอง) นั่นคือโรคช่องคลอดหดเกร็ง หรือ Vaginismus ในกูเกิลบางคนใช้คำว่าจิ๋มล็อก (แต่สารภาพตามตรงว่า ตอนเรียนก็ไม่เคยได้ยินศัพท์ "จิ๋มล็อก" นี้เหมือนกันค่ะ แต่ก็ดูเห็นภาพดีนะคะ ดูปิด ดูล็อก ดูเข้าไม่ได้)

พอช่องคลอดหดเกร็ง เวลาสอดใส่อะไร ไม่ว่าจะเป็นผ้าอนามัยแบบสอด องคชาต หรือเครื่องมือตรวจทางนรีเวช ก็ไม่สามารถสอดใส่ได้ เพราะคุณผู้หญิงจะมีอาการเจ็บมาก เจ็บเหมือนช่องคลอดจะฉีกขาด อาการช่องคลอดหดเกร็ง อาจเกิดจากความกังวล การกลัวการมีเพศสัมพันธ์ หรืออดีตเคยมีประสบการณ์ไม่ดีเกี่ยวกับทางเพศมาก่อน เช่น ถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือถูกข่มขืน อาจจะเป็นตั้งแต่เริ่มมีเพศสัมพันธ์ หรือเป็นหลังจากเคยมีเพศสัมพันธ์ก็ได้ โรคนี้ไม่ได้พบน้อย แต่บางคู่รู้สึกอายที่จะมาพบแพทย์ บางคู่แก้ปัญหาโดยการไม่มีเพศสัมพันธ์กันซะเลย บางรายเรื้อรังมีปัญหากันถึงขั้นเตียงหัก

หากตัวคุณเองหรือคู่รักมีปัญหาเช่นนี้ ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์ร่วมกับจิตแพทย์ค่ะ เพราะควรจะต้องตรวจเพิ่มเติมว่า อาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์เกิดจากสาเหตุอื่น ๆ หรือไม่  Ka No He Al Vo Da L So Ni L Cr In He Al Ri Sk Ka Ho Lu To Lu Vi L เช่น การอักเสบติดเชื้อ เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ เนื้องอก การรักษา (หรือการเปิดล็อก) จะเป็นการฝึกการควบคุมและผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณอุ้งเชิงกราน หรือการขมิบค่ะ ร่วมกับการค่อยๆ ฝึกการสอดใส่และผ่อนคลาย

(รายละเอียด : อาจเริ่มจากสอดใส่นิ้วมือ (ตัดเล็บก่อนนะคะ) ร่วมกับเจลหล่อลื่น อาจเป็นนิ้วมือผู้ป่วย หรือสามีก็ได้ ผ่อนคลายและให้ชิน หลังจากที่เริ่มผ่อนคลายและคุ้นชิน อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนก็สามารถลองมีเพศสัมพันธ์ได้โดยให้ผู้หญิงเป็นคนควบคุม (คืออยู่ข้างบน) (รายละเอียดค่อนข้างติดเรต คุณผู้อ่านหากมีปัญหาสามารถหลังไมค์มาได้นะคะ) โรคช่องคลอดหดเกร็ง อาจส่งผลกับเรื่องบนเตียงและชีวิตคู่ของคุณได้ อย่าปล่อยทิ้งไว้ อย่าอายและไปพบแพทย์กันนะคะ สวัสดีค่ะ

ฟิตหุ่นให้สวย กระชับ ด้วย “พิลาทิส วีทูแม็กซ์” บริหารกล้ามเนื้อทุกสัดส่วน

อยากมีหุ่นที่สวยได้รูป ฟิตเฟิร์มกระชับ มาเริ่มต้นออกกำลังกายกัน      เชื่อได้ว่าการมีกล้ามเนื้อที่หน้าท้องแบบได้รูปสไตล์ผู้หญิงหุ่นดีมีสุขภาพ นั้นต้องเป็นความหวังอย่างหนึ่งสำหรับสาวๆ อย่างแน่นอนค่ะ เพราะ การมีกล้ามเนื้อที่หน้าท้องนั้น จะทำให้ดูหุ่นดี เป๊ะ! ใส่เสื้อผ้าเอวลอยหรือแต่งชุดไหนๆ ก็ดูสวยครบสูตร วันนี้ขวัญเลยได้มีโอกาสไปเข้าร่วมคลาส Pilates V2Max ที่ YOGA&ME The walk เกษตร-นวมินทร์มาค่ะ แต่จะเป็นคลาสเพื่อออกกำลังกายด้านไหนนั้นไปดูกันเลยย

  ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนค่ะว่า Pilates กับ V2Max นั้นคืออะไร ..?

Pilates  คือการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่งที่ผสมผสานการหายใจของโยคะกับกายภาพยิมนาสติกและกีฬาต่างๆ จนกลายเป็นการฝึกร่างกายที่ช่วยสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อภายในทั้งปรับเปลี่ยนรูปร่างและแก้ไขจุดบกพร่องให้ดีขึ้น ทั้งยังลดความเจ็บปวดจากการออกกำลังกายด้วย

V2Max คือเครื่องที่รวบรวมอุปกรณ์ฝึกพิลาทิสหลากหลายประเภทมาผสมผสานกัน ทำให้ผู้ฝึกสามารถบริหารกล้ามเนื้อทุกสัดส่วนได้ในเครื่องเดียว! ซึ่งสามารถปรับท่าฝึกให้ง่ายหรือท้าทายมากยิ่งขึ้น โดยขึ้นอยู่กับสรีระและความแข็งแรงของผู้ฝึก

      การมีหุ่นฟิตรูปร่างเฟิร์มกระชับนับเป็นความปรารถนาหนึ่งของผู้หญิงทุกคนค่ะ จนทำให้นาทีนี้สาวๆ ต่างเฟ้นหาเคล็ดลับรักษาหุ่นของตนเอง ซึ่งการฝึกพิลาทิสเป็นศาสตร์การออกกำลังกายที่นางแบบ เซเลบริตี้ทั้งไทยและต่างประเทศจนถึงดาราฮอลีวูดต่างชื่นชอบให้ความนิยม ประหนึ่ง “เคล็ดลับพิชิตหุ่นเฟิร์มของพวกเธอ” ได้ดั่งใจ

ฟิตหุ่นให้สวย กระชับ ด้วย "พิลาทิส วีทูแม็กซ์" บริหารกล้ามเนื้อทุกสัดส่วน

ประโยชน์ของการฝึกพิลาทิสวีทูแม็กซ์อย่างต่อเนื่อง

    เสริมสร้างความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว หน้าท้อง แผ่นหลัง
    ช่วยกระชับกล้ามเนื้อแขน ไหล่ หลัง รวมไปถึงขาและสะโพก
    เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย
    ปรับโครงสร้างและบุคลิกและแก้ไขจุดบกพร่อง
    ลดอาการบาดเจ็บของข้อต่อและกระดูกสันหลัง
    สมาธิและฝึกระบบประสาทสัมผัสที่ดีขึ้น

และสำหรับการเรียนในวันนี้ ขวัญ ได้ไปหาท่าออกกำลังกายง่ายๆ ที่ไม่ต้องใช้เครื่องออกกำลังแต่ได้ความกระชับมาฝากสาวๆ กันด้วยค่ะ ไปดูกันเลยยย


เมื่อสตรีมีอารมณ์...แต่เกิดปัญหาภัย(ช่องคลอด)แล้ง

รู้หรือไม่คะว่า คุณผู้หญิงก็สามารถประสบปัญหาภาวะช่องคลอดแห้งได้ สวัสดีค่ะ Pa Mz Mi Zo Ba Ol Sa Ax Ax Re Pa Bu Pr Ma Ge Bo Me Co Ha Ha Tu Na Bp Mi L Sh Fr  ช่วงนี้บ้านเรากำลังประสบปัญหาภัยแล้ง ฝนไม่ตก พื้นดินขาดน้ำ แห้งแตก ถนนทรุด หัวข้อที่จะคุยกันวันนี้ เราจะมาคุยเกี่ยวกับอะไรที่แห้ง ๆ แล้ง ๆ กันนะคะ รู้หรือไม่คะว่า คุณผู้หญิงก็สามารถประสบปัญหา ความแล้ง ความแห้งได้เช่นกัน

นั่นคือภาวะช่องคลอดแห้งค่ะ แม้ว่าจะไม่เกี่ยวกับดินฟ้าอากาศก็ตาม ภาวะช่องคลอดแห้ง ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับคุณผู้หญิงที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนค่ะ นั่นก็เพราะ พอคุณผู้หญิงเข้าสู่ช่วงหมดประจำเดือน รังไข่ หรือโรงงานผลิตไข่ได้ปิดตัวลง ผลิตภัณฑ์ที่โรงงานนี้เคยสร้างได้ อย่างฮอร์โมนเพศหญิง หรือฮอร์โมนเอสโตรเจน ก็จะขาดตลาดด้วยเช่นกัน

การที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ก็จะส่งผลทำให้ช่องคลอดแห้ง ผนังช่องคลอดบางลง  และยืดหยุ่นน้อยลง นอกจากภาวะช่วงหมดประจำเดือนแล้ว สาเหตุที่ทำให้ช่องคลอดแห้ง ยังเกิดจากการเล้าโลมที่ไม่เพียงพอ การสวนล้างช่องคลอด ช่วงตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร การแพ้ยาหรือการใช้ยาบางชนิดค่ะ

ช่องคลอดแห้งอาจไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตนอกเตียงของคุณผู้หญิงมากนักค่ะ แต่มักเป็นปัญหาเวลามีเพศสัมพันธ์กันค่ะ เพราะสามารถมีอาการเจ็บหรือแสบ ขณะมีเพศสัมพันธ์ได้ นอกจากนี้ยังสามารถทำให้เกิดอาการ ตกขาว คันได้อีกด้วยค่ะ Ke Ca Al L To Ca Ra Fr Or Su To Bo Bo Bo Em Cu Ho Si Sa Th Ca Mi Ma การรักษาภาวะช่องคลอดแห้ง สามารถรักษาได้ด้วยยาฮอร์โมนชนิดที่ทาเฉพาะที่ค่ะ หรือยาทานค่ะแต่ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ย้ำ 38 ครั้งตรงนี้ว่า ทั้งนี้ทั้งนั้นควรขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษาค่ะ เพราะยาพวกนี้มันไม่ควรจะใช้ในระยะยาวและการซื้อหายามาทานเองและทาเอง หรือใช้แบบผิด ๆ (เพื่อเพิ่มภาวะอกฟู รูฟิตเปรี๊ยะ)

อาจทำให้ได้รับฮอร์โมนให้ปริมาณที่สูงเกินไป อาจทำให้เกิดมะเร็งมดลูก และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้ค่ะนอกจากนี้การใช้สารหล่อลื่น KY Gel และการเล้าโลม โหมโรง กล่าวบทนำกันให้เพียงพอค่อยเริ่มปฏิบัติการ ก็สามารถช่วยแก้ปัญหานะคะและหลีกเลี่ยงการใช้สบู่น้ำหอม การสวนล้างช่องคลอด หรือทาโลชั่นบริเวณดังกล่าวด้วยค่ะ

อาการช่องคลอดแห้ง อาจไม่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของคุณ แต่ถ้ามันส่งผลกระทบ เช่น มีอาการคันแสบ หรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ อย่าอายหมอนะคะ ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่ "ถูกต้อง" ค่ะเพื่อความชุ่มชื้นจะได้กลับคืนมา ไม่ต้องทนกับสภาวะภัยแล้งอีกต่อไป

ทุกวันนี้เราอาบน้ำผิดวิธีอยู่ไหมนะ

มาดูกันว่าพฤติกรรมที่เราทำเวลาอาบน้ำนั้น มันถูกหรือเปล่า!      เชื่อได้ว่าสาวๆ อย่างเราๆ เวลาอาบน้ำนั้นใช้เวลาค่อยข้างนานเลยแต่ละคน เพราะเวลาในการอาบน้ำของสาวๆ นั้น ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ขัดผิว พอกผิว สระผม ต่างๆ นานา แต่! พฤติกรรมต่างๆ ที่เราทำอยู่นั้นมันถูกต้องไหมนะ ลองมาดูกันค่ะ

1. ใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเดิม      การอาบน้ำแล้วใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเดิมซ้ำๆ นั้น สาวๆ รู้ไหมคะ ว่านั้นคือแหล่งสะสมของแบคทีเรียเลยนะ

2. ไม่หวีผมก่อนสระผม     ถ้าไม่อยากมีผมเสีย สาวๆ ควรที่จะหวีผมก่อนทำการสระผมนะค่ะ

3. สระผมทุกวัน     การสระผมทุกวันนั้นจะยิ่งทำให้ผมของเรามันมากขึ้น ลองสระซักวันเว้นวัน แต่ถ้าวันไหนกิจกรรมต่างๆ ที่เราทำนั้นมันหนักจริงๆ ก็ควรที่จะสระนะค่ะสาวๆ

4. อาบน้ำร้อน     สาวๆ คนไหนที่ชอบอาบน้ำร้อนๆ อุ่นๆ แล้วละก็ ควรพักผิวแล้วอาบน้ำในอุณหภูมิปกติบ้าง จะช่วยทำให้ผิวของเราไม่แห้งเสียจนเกินไป แต่ถ้าอยากอาบน้ำอุ่นจริงๆ แนะนำว่าก่อนจะอาบน้ำเสร็จควรใช้น้ำในอุณหภูมิปกติอาบเป็นครั้งสุดท้ายนะค่ะ

5. ขัดผิวทุกวัน     แน่นอนว่าผู้หญิงกับการดูแลผิวนั้นเป็นของคู่กันค่ะ ดังนั้นแล้วสาวๆ ที่ชอบขัดผิวเป็นประจำทุกวันนั้นมันไม่ดีนะ เพราะการขัดผิวจะทำให้ผิวเราบางลง แถมยังทำให้ผิวดูมันจนทำให้เกิดแบคทีเรียได้ง่าย

      
4 เคล็ดไม่ลับ...วิธีเยียวยาอาการ “ออฟฟิศซินโดรม” ฉบับคนญี่ปุ่น

วิธีการเยียวยาอาการออฟฟิศซินโดรมด้วยวิธีแบบคนญี่ปุ่นมาฝากกัน รับรองว่าใครๆ ก็ทำตามได้แน่นอน จะมีวิธีอะไรบ้าง มาดูกัน “ออฟฟิศซินโดรม” (OfficeSyndrome) เป็นอาการปวดตึงที่บ่า ไหล่ ปวดหลัง เมื่อยตามร่างกาย To Wi Ju Bi Bo Za Bo Vi Vi Vi Vi Mi Th Ke Da Da Ch Ha He Ha To Tu No No To  ซึ่งเหล่าพนักงานออฟฟิศ ที่นั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่ยอมลุกไปไหน หรือนั่งทำงานในอิริยาบถที่ไม่เหมาะสมนั้นคุ้นเคยเป็นอย่างดี เรียกได้ว่าหากทำงานหนัก ก็เสี่ยงกับโรคนี้แน่ๆ

หากจะพูดถึงประเทศที่คนมีความมุ่งมั่น เอาจริงเอาจังในการทำงาน คงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากประเทศญี่ปุ่น ก็คงจะหลีกเลี่ยงจากอาการเหล่านี้ไม่ได้แน่ๆ แต่จะสังเกตได้ว่าคนญี่ปุ่นแม้จะทำงานอย่างหนัก แต่ก็มีอายุยืนยาว ก็เพราะมีวิธีรับมือและเยียวยาอาการเหล่านี้ให้บรรเทาลงได้ วันนี้เลยยกเอาวิธีการเยียวยาอาการออฟฟิศซินโดรมด้วยวิธีแบบคนญี่ปุ่นมาฝากกัน รับรองว่าใครๆ ก็ทำตามได้แน่นอน จะมีวิธีอะไรบ้าง มาดูกัน

1. บำบัดความเมื่อยล้าด้วยออนเซน (Onsen) การแช่น้ำแร่ออนเซน เป็นวัฒนธรรมที่คนญี่ปุ่นสืบทอดกันมายาวนาน จนนับว่าเป็นเรื่องในชีวิตประจำวันไปแล้ว ซึ่งการแช่ออนเซนไม่ได้แช่เพื่อความสบายตัวอย่างเดียวนะ จริงๆ แล้วการแช่ออนเซนนี่แหละ ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยต่างๆ ได้และยังช่วยคลายความตึงเครียดจากการทำงานได้ดีเลยล่ะ ไม่เพียงเท่านี้ยังทำให้ผิวพรรณของเราดูสวยเปล่งปลั่ง  ระบบการหมุนเวียนของเลือดดีขึ้นด้วย ใครที่ไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็อย่าลืมไปแช่ออนเซนผ่อนคลายความเมื่อยล้ากันด้วยนะ แต่จะว่าไปตอนนี้ที่ไทยก็มีบริการออนเซนแล้วด้วย หรือจะเป็นออนเซนไทยๆ อย่างบ่อน้ำพุร้อนที่มีอยู่หลายจังหวัดก็ไม่เลวนะ  

2. วิตามินบี1 ลดอาการออฟฟิศซินโดรม นอกจากจะเยียวยาและบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรมด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ภายนอกแล้ว พนักงานออฟฟิศหลายคนยังเลือกที่จะกินวิตามินเสริม เพื่อบรรเทาอาการอ่อนล้าจากการทำงานและบำรุงร่างกายให้แข็งแรงพร้อมสู้งานเสมอ ซึ่งอาจแตกต่างกับไทยนิดหน่อยตรงที่คนญี่ปุ่นนิยมกินวิตามินบีมากกว่าวิตามินซีซะอีก ก็เพราะคนญี่ปุ่นทำงานกันหนักก็เลยต้องเสริมด้วยวิตามินบีกันหน่อย อย่างอนุพันธ์วิตามินบี1 ที่มียอดขายอันดับ 1 คือ Alinamin Ex Plus ที่ตอนนี้ก็สามารถหาซื้อในไทยได้แล้วเช่นกัน วิตามินตัวนี้จะช่วยฟื้นฟูความเมื่อยล้าให้กับดวงตา และผ่อนคลายความปวดเมื่อย และที่สำคัญคือ สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีกว่าปกติ ใครที่กำลังเจอออฟฟิศซินโดรมคุกคาม ลองโดปอนุพันธ์วิตามินบี1 เป็นประจำ เท่านี้ก็จะช่วยบรรเทาและโบกมือลาอาการออฟฟิศซินโดรมได้แล้ว

3. เครื่องนวดคลายปวดเมื่อย อีกหนึ่งวิธีคลายความเมื่อยล้าของคนญี่ปุ่น คือ การนวดตัวด้วยเครื่องช่วยนวดบรรเทาความเมื่อยล้าซึ่งจะมีรูปแบบให้เลือกหลากหลาย แล้วแต่ความชอบกันเลย โดยเฉพาะอาการออฟฟิศซินโดรม No Tr La Ka Mi Th Za Bo Ka Da Jo Jo Vi Ni Ka Ca Mi Da Fe Ke Ha Di Mi Ke Mi ลองใช้เครื่องนวดก็ดีเหมือนกันนะ สะดวก ใช้งานง่าย แถมยังสามารถพกติดตัวได้ทุกที่ ปวดเมื่อยเมื่อไหร่ก็จัดเลย เครื่องนวดช่วยได้นะเออ เห็นเครื่องนวดจิ๋วๆ แบบนี้แต่แจ๋วนะ จะบอกให้! สำหรับในไทย แม้จะมีรูปแบบน้อยหน่อย และส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเป็นแบบเครื่องนวดไฟฟ้า นิยมอัตโนมือมากกว่าแต่ก็ใช้ได้ดีไม่แพ้กันนะ

4. ยานวดหรือแผ่นแปะบรรเทาความเมื่อยล้า มีเครื่องนวดไปแล้ว จะขาดยานวดได้ยังไง เพราะนี่เป็นวิธีแก้อาการออฟฟิศซินโดรมที่ได้ผลดีอีกวิธีหนึ่ง เมื่อรู้สึกเมื่อยล้าจากการทำงาน คนญี่ปุ่นจะนิยมใช้ยานวดหรือแผ่นแปะลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป แถมราคาไม่แพงด้วย ถ้ามีเวลาว่างหลังเลิกงานก็แวะซื้อยานวดซะหน่อย กลับบ้านมานวดเองเพลินๆ รับรองสบายตัว วิธีนี้หลายเสียงการันตีว่าใช้ได้ผลด้วยนะ

วิธีบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรมของคนญี่ปุ่น เค้าเจ๋งใช่มั้ยล่ะ เราเองก็สามารถทำตามได้ง่ายๆ นะ แถมไม่ต้องจ่ายแพงแบบคนญี่ปุ่นด้วย ต่อไปเหล่าพนักงานออฟฟิศทั้งหลายก็ไม่ต้องกังวลกับออฟฟิศซินโดรมแล้วล่ะ

กระชับใบหน้าและลำคอด้วยการออกกำลังกาย 10 ท่าง่ายๆ

มาบริหารใบหน้าและลำคอด้วยการออกกำลังกายด้วย 10 ท่าง่ายๆ ผ่อนคลายสุดๆ      อยากมีใบหน้าและลำคอที่กระชับนั้นจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปค่ะ สาวๆ เคยได้ยินไหมคะว่า ยิ่งผู้หญิงอย่างเราอายุเพิ่มมากขึ้นๆ นับวัน คอลลาเจนในร่างกายก็จะเริ่มผลิตน้อยลง ทำให้ผิวหย่อนคล้อย ไม่ตึงกระชับ วันนี้  เลยมี 10 ท่าออกกำลังกายเพื่อไม่ให้ผิวหนังหย่อนคล้อยสำหรับใบหน้าและลำคอง่ายๆ มาฝากกันค่ะ

ท่าที่ 1           ท่านี้แค่สาวๆ เงยหน้าให้สุด เสร็จแล้วก็ก้มหน้าให้สุดเหมือนกันค่ะ ท่านี้สาวๆ จะรู้สึกตึงๆ ที่ท้ายทอย และรู้สึกได้ยืดเส้นบริเวณลำคอค่ะ

ท่าที่ 2        ท่านี้สาวๆ ต้องทำดึงปากลงต่ำๆ (ออกแนวเบะปาก) เสร็จแล้วก็ก้มหน้าลงให้สุด จะรู้สึกว่าได้ขยายแก้มออกและตึงๆ บริเวณท้ายทอยค่ะ

ท่าที่ 3      ท่านี้สาวๆ ต้องทำปากเหมือนกับว่าเราออกเสียงตัว "โอ" แล้วเงยหน้าขึ้น 45 องศา แล้วทำหน้าตรงปกติ จะรู้สึกกระชับบริเวณแก้มค่ะ

ท่าที่ 4      ท่านี้สาวๆ ต้องเงยหน้าขึ้นค่ะ เสร็จแล้วก็ทำปากจู๋ จะรู้สึกตึงที่บริเวณคอ และกระชับที่แก้มทั้งสองฝั่งค่ะ

ท่าที่ 5     ท่าต่อมาง่ายมากๆ ค่ะสาวๆ เพียงแค่เราเอียงคอไปด้านซ้ายที ขวาที เราก็จะรู้สึกตึงๆ ที่ต้นคอทั้งสองข้าง ถือเป็นท่าที่ยืดเส้นได้ดีเลยทีเดียวค่ะ

ท่าที่ 6      ท่านี้เริ่มมีท่าทางมากขึ้นแล้วค่ะสาวๆ เริ่มจากเอามือข้างหนึ่งมาจับที่หูฝั่งตรงข้ามของมือนั้นๆ เส้นแล้วใช้มืออีกข้างกดไหล่ลงต่ำ ท่านี้จะทำให้เรารู้สึกยืดเส้นทั้งบริเวณลำคอและหัวไหล่ค่ะ

ท่าที่ 7      ท่านี้สาวๆ ต้องทำปากจู๋ๆ ก่อนค่ะ เสร็จแล้วก็อ้าปากพร้อมแลบลิ้นออกมาค่ะ ท่านี้สาวๆ จะได้บริเวณในส่วนของปากและแก้มค่ะ

ท่าที่ 8     ท่านี้สาวๆ ต้องใช้นิ้วโป้งกับนิ้วกลางค่อยๆ กดลงบริเวณใต้คาง และทำปากจู๋ไปด้วย จะรู้สึกกระชับที่เหนียงค่ะ

ท่าที่ 9      ท่านี้ง่ายมากๆ เลยค่ะสาวๆ เพียงแค่สาวๆ อ้าปากค่ะ แล้วแลบลิ้นออกมา La Te Ho Le Sh Er Ka Tc He Ho Mi Th Ro Ka La Or Al Na Ma G Ri Tr Ge Va Zo  หน้าตรงๆ เลย จะรู้สึกได้ขยับแก้มแล้ว ตึงๆ ที่บริเวณข้างแก้มทั้งสองฝั่งค่ะ

ท่าที่ 10      ท่านี้สาวๆ ต้องนอนลงบนพื้นราบค่ะ เสร็จแล้วยกบริเวณคอขึ้น จะรู้สึกตึงที่ท้ายทอย และกระชับที่คางและต้นคอค่ะ

      เป็นยังไงค่ะสาวๆ 10 ท่าออกกำลังกายกระชับใบหน้าและลำคอนั้นง่าย มากๆ เลยใช่ไหมคะ อย่าลืมไปทำกันด้วยนะ จะได้มีผิวหน้าที่สวย กระชับ เต่งตึงกันทุกคนเลยยยย

     
นอนยังไงให้ถูกท่าแถมสุขภาพดี

การนอนหลับให้เต็มอิ่มว่าดีแล้ว แต่นอนแล้วต้องนอนให้ถูกท่า       สาวๆ ต้องเคยได้ยินกับประโยคที่ว่า คนเราควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อสุขภาพที่ดี ใช่ไหมละคะ แต่สาวๆ รู้ไหมว่านอกจากจะนอนหลับให้เพียงพอแล้ว ต้องนอนให้ถูกท่าด้วยนะ เพราะถ้านอนไม่ถูกท่าอาจจะทำให้ส่วนต่างๆ ในร่างกายเราเกิดปัญหา และที่สำคัญการนอนให้ถูกท่ายังสามารถช่วยลดอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นเวลาเรานอนหลับด้วยนะ
นอนหงาย
          การนอนหงายถือเป็นท่านอนที่สมบูรณ์แบบและดีที่สุดค่ะ เพราะการนอนหงายนั้นจะช่วยลดอาการกรดไหลย้อน ป้องกันการปวดหลัง คออยู่ในระนาบที่เหมาะสม และที่สำคัญอีกหนึ่งสิ่งคือ ไม่ทำให้ใบหน้าเกิดรอยเหี่ยวย่นค่ะ

นอนตะแคง
          การนอนตะแคงนั้นถ้านอนให้ถูกหลักก็ถือเป็นท่านอนที่ดีพอสมควรค่ะ เพราะท่านอนตะแคงก็สามารถลดอาการกรดไหลย้อนได้เช่นกัน Bo Na Pa Pa No Vi Re An Fo Di Ja Ni To Vi So To W Ba Mo Mo Do He Fe Mo Ja และช่วยลดอาการนอนกรน ดีต่อคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ แต่! อย่านอนเอาใบหน้าไปซุกที่หมอนเต็มๆ นะคะ เพราะอาจจะทำให้หน้าเกิดรอยย่นได้

นอนขดตัว
            การนอนขดตัวเป็นท่านอนที่ไม่ดีเท่าไรค่ะสาวๆ เพราะการนอนขดตัวนั้นจะทำให้เราปวดข้อ ปวดกระดูก หายใจไม่สะดวก แถมหน้าเกิดรอยเหี่ยวย่นอีกด้วยค่ะ

นอนคว่ำ
          การนอนคว่ำเป็นท่าที่ไม่ควรนอนเป็นอย่างมากค่ะ เพราะจะทำให้กระดูกสันหลังไม่ตรง ปวดตามกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ ดังนั้นแล้วต้องหลีกเลี่ยงนะคะสาวๆ

          อย่าลืมนะสาวๆ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ แต่ต้องนอนให้ถูกท่า จะได้ดีต่อสุขภาพจริงๆ นะ